พิพิธภัณฑ์เมื่อวันก่อน ที่ อัมพวา
เริ่มต้นด้วยเช้าวันศุกร์ หลังจาก ลางาน 1 วันเพื่อที่จะไปเป็นคนเดินทาง เพื่อนคุณแม่ และ ป้าๆ หลานๆ พี่ๆ เหล่า เพื่อนที่โรงเรียน ที่คุณแม่สอนอยู่ครับ ปัญหาทั่วไปในการเดินทางไม่มีหลอกครับ นัดเจอหน้า ม. ธรรมศาตร์ ศูนย์รังสิต แล้ว ก็ออก สมุทรสงครามไปอัมพวากัน ไปเลยการเดินทาง ทางรถยนต์ หรือ รถตู้ครับ ก็ง่ายๆ ไป ตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร

หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543หรือ หากจะไปด้วยรถประจำทางก็ นี่ครับบริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.40-21.00 น. โทร. 0 2435 1199, 0 2435 5605 รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์) โทร. 0 2435 5031 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th
ท่องจำไว้ครับ เมื่อถึงอัมพวาแล้ว
ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็น ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้า ของอร่อยไม่น้อย นั่งชมหิงห้อยได้เพลินๆ
อำเภออัมพวา นี่นะครับ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่ช่วง สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยก่อนเรียกกันว่า “บางช้าง” หรือ “แขวงบางช้าง” เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเจริญทั้งในด้านการเกษตร และการพาณิชย์ มีหลักฐานเชื่อได้ว่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น แขวงบางช้างมีตลาดค้าขายเรียกว่า “ตลาดบางช้าง” นายตลาดเป็นหญิงชื่อน้อย มีบรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก นายตลาดผู้นี้อยู่ในตระกูลเศรษฐีบางช้าง ซึ่งต่อมาเป็นราชินิกุล “ณ บางช้าง” ครับ

อ่ะ ชะแว๊บบบมาถึงแล้วที่นี่ Home Stay ครับ “เรือนสบาย”

มาถึงพวกคุณป้าๆ พี่ๆ ก็ออกลายครับ เหยียดแข้ง เหยียดขา

บรรยาการศห้องรับแขกครับ

คุณอา นัท หัวหน้าทริปนี้ หัวโจกทีมครับ
Home Stay ของที่นี่ มีเยอะครับไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่พอ ที่พักมากมาย แต่ถ้าวันเสาร์ต้องแย่งๆ กันหน่อยล่ะ ไม่งั้นได้ออกไปนอน ห่าง ตลาดน้ำ หาของกินยากนะครับ แล้วจะ หิวเอา วิถีชีวิตที่เรียกว่า ไทยจริงๆของที่นี่ ยังดำเนินต่อไป บ้านริมคลองที่ดูคล้ายห้องแถวเหล่านี้เป็นของ ชัยพัฒนา ของ ในหลวงเราคับ เค้ามาปรับปรุงแล้วให้เจ้าของเก่าที่เคยอยู่ก็เช่าแวส่งค่าเช่าให้แก่นายหลวงของเรา และ มีกฏให้คงความเป็นอยู่ เดิมๆไว้ ดังนั้นถ้ามาเดินแถวนี้ จะรู้ทันทีว่า เหมือนเรากำลังย้อนยุคไป…

ถ่ายคู่กับแม่ ครับ
เรือนสบาย เป็นบ้านโฮมสเตย์ ที่ติดกับตลาดน้ำอัมพวา ห่างจากตลาดน้ำเพียง 100 เมตร เดิน 2 นาทีก็ถึง บ้านหลังสีขาว-ชมพู เด่นสง่า มองมาแต่ไกลก็เห็นได้ชัดเจน

Home Stay ครับ พอดีพวกเราจองไว้ บ้านเลยเต็มพอดีเลย

มีเรือขับผ่านไปมา ขายของ รับส่งคนมากมายเลยครับ

ลองโฟกัส…
เรือนสบายเป็นบ้านหลังเก่า โดยคุณจักร เจ้าของบ้านนำมาปรับปรุงใหม่ เพื่อทำเป็นที่พักให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองอัมพวา บ้านเรือนที่มีความเป็นมายาวนานนับร้อยปี ยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเรื่องราวความเป็นวิถีชีวิตริมคลอง

ที่หน้าห้องพักผม ที่อยู่ด้านบนจะมี โต๊ะให้นั่งพักหน้าห้องผมข้างล่าง ชิวๆ

สามารถทานกาแฟ ได้เรื่อยๆ ดื่มน้ำตามสบายครับ เสื้อขาวนั่น คุณ จักร เจ้าของบ้านพักครับ

ห้องพักที่ผมติดใจมากๆ คือห้องนี้ ชอบจริงๆ
หลังจากยืดเส้นยืดสายแล้วเราก็ไปเดิน ชม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านละแวกนี้ ตามชมชน แต่ด้วยเวลาที่เรามาถึงก็บ่านแล้วจึงเก็บภาพมาน้อยครับเค้าไปค้าขายที่ตลาดน้ำหมดแล้ว ก็เลยเก็บภาพมาเท่าที่ได้ครับ

เริ่มออกไปเดิน เที่ยวชม โดยคุณจักรครับ

บ้านของชาวบ้านหลังหนึ่งเก็บของเก่าได้ เยอะมากๆ

บรรยากาศเหมือนตอนไปเที่ยวเมืองโบราณเลย

ชอบใจขวดเก่าๆ ในตู้นี้จังเลย

ใครเคยไปเที่ยปายจะรู้สึกคุ้นๆ
สถานที่ ที่ต่อมาที่เราจะไปชมคือ ร้าน “หัตถกรรมบ้านนกมะพร้าว” ที่ต้องข้ามคลองไปดูว่าเค้าทำยังไง เข้าไปเยี่ยมชมดูผมก็เลยได้ของ ฝากเล็กๆน้อยให้เพื่อนๆที่ออฟฟิศครับ

ทางเดินเข้า หัตถกรรม นกมะพร้าว

ทางเข้าเล็กๆ

สินค้า สวยๆเพียบ

หลากหลายครับงานฝีมือ สวยๆ

แล้วผมก็เสียเงินกับเจ้าพวกตุ๊กตาเหล่านี้
ช่วงเย็นเค้าปล่อยให้เดินเล่นตลาดครับ แต่ต้องกลับมาก่อน 19:50 น. เพราะจะมีเรือ ชมหิ่งห้อยมารับ ยามเย็นทางเรือนสบายเค้าจะจัดโต๊ะห้องนั่งเล่นห้อยขาลงน้ำกันได้ด้วย นังจิบกาแฟดูโทรทัศน์ พรุ่งนี้เค้าจะจัดทริปให้เราไปนั่งเรือชมวัดเก่าที่เป็น Unseen Thailand คือวัดบางกุ้ง ที่มีรากต้นโพธิ์ขึ้นหุ้มโบถ สวยงามมาก ต่อจากนั้นไปนั่งทานข้าวอยู่ริมคอลงอัมพวาชิมกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ เพราะที่อัมพวาเค้ามีกุ้งแม่น้ำที่ขึ้นชื่อมาก กลางดึกมี บริการที่เรือนสบายจัดให้ไปดูหิ่งห้อยครับ

เฉาก๊วย คนขาย เกาแก้มนะไม่ได้ แคะขี้มูก 555

เฉาก๊วย ถังละ 20 ผมซื้อไปและ กินไม่หมด

มาถึงตลาดน้ำ คนเยอะมากๆครับ

หอยทอด ไข่ปลาหมึก ทอดรสเด็ด

สายไหม ของ อัมพวา

ปิ้ง งบ ครับ หรือ ห่อหมก ปลา บ้านเรา

โรคบ้า Postcard ผมกำเริบครับ เสียเงินร่วม 300 บาท
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา
เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 – 21.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหาร และเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่าง และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทาน และเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืน ล่องเรือชมหิ่งห้อย
การล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนเป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาพักมาเที่ยวสมุทรสงครามมักไม่พลาดที่จะไปชม โดยปกติแล้วหิ่งห้อยจะมีมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ควรเลือกชมในช่วงเวลาที่เป็นข้างแรมหรือคืนเดือนมืด เพราะเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนกว่าเวลาข้างขึ้น
ทั้งนี้ต้องไปดูเองครับเรา ถ่ายรูปมาให้ไม่ได้ อิอิ
นอกจากนี้ควรเลือกช่วงเวลาที่น้ำขึ้นมากเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ทะเลน้ำจะขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลา ในช่วงน้ำขึ้นเรือสามารถเข้าไปใกล้กับต้นลำพูซึ่งหิ่งห้อยเกาะอยู่ ทำให้สามารถเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ใครที่มีความต้องการจะนั่งเรือชมหิ่งห้อยประกายความงามยามค่ำคืน สามารถติดต่อเรือได้ ซึ่งทางชุมชนตลาดอัมพวาได้จัดบริการไว้ให้ที่ตลาดน้ำอัมพวา (ราคา 50-60 บาท/ท่าน) หรือจะติดต่อกับที่พักหรือโฮมสเตย์ต่าง ๆ ในอัมพวาก็ได้ โดยเรือจะล่องไปตามลำน้ำแม่กลองหรือคลองย่อยต่าง ๆ ที่มีต้นลำพูริมฝั่ง ผ่าน คลองผีหลอก ออกแม่น้ำแม่กลอง
เช้าอีกวัน ครับ ผมถูกปลุกมาในช่วงเวลา ตีห้ากว่าๆ เพื่อมาตักบาตร นี่เป็นโปรแกรม ของทริปครับ
หลังจากตักบาตรผมเลยเดินเล่น ไปถ่ายรูปบรรยากาศตอนเช้าๆของที่นี่มาให้

ตักบาตรครับ

ตักบาตร คนเยอะมาก ๆ พระต้องพายเรือด้วย

แต่ละมุมครับ

วิว ตลาดน้ำยามเช้า

วิวสงบ ของชาวบ้าน

พระพายเรือ

ตลาดน้ำ อีกมุม
กลับจากถ่ายรูปทั่วๆไปแล้วก็ได้เวลา ขึ้นเรือไปเยี่ยมชมวัดจุฬามณีครับ

มีเรือมารอเราเทียบท่าเลย

ป้าๆ พี่น้อง ขึ้นมาหมดและเดินทางไปได้

ถึงและหน้าวัด

เจ้าอาวาส มรณะภาพ แต่ ศพไม่เน่าเปื่อย เก็บไว้ในโรงแก้ว โบสถ์ไม้สักครับ

ส้มแก้ว ซื้อไป 1 โล เปรี้ยวมากๆ

อ่ะ ถ่ายตัวเองหน่อยซักรูป
วัดจุฬามณี เป็นวัดโบราณอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา หลังวัดเป็นนิวาสสถานเดิม ของเด็จพระอมรินทรมาตย์ พระบรม ราชินีในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ วัดนี้ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ซึ่งเป็นต้นวงศ์ราชนิกุล บางช้าง เป็นผู้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
หลังจากนั้นเราก็ไปดู unseen thailand ครับ นั่งเรือไปดู โบสถ์วัดบางกุ้งครับ
ที่ที่มี ต้นไม้ ล้อมโบสภ์ จนเป็นที่ล่ำลือ

โดนต้นไม้ล้อม

ถ่ายรูปเข้าไปได้แค่นี้
สงสัย วันนี้ก็คงหมดเรื่องจะเขียนแล้วล่ะครับ เขียนมานานมาก ๆยังไง ก็ ถ้าหากว่าใครที่สนใจก็ไปเที่ยวกัน ได้ก็ดีครับ เสาร์ อาทิตย์ ไม่เปลืองเวลางาน สบายๆซิลๆ ซัก 1 คืนครับ ว่าแล้วก็ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ติดตามเรื่องราวครับ
ข้อมูลที่พัก เรือนสบาย อัมพวา:
บ้านพักเรือนสีชมพูที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมคลองอัมพวา ห่างจากตลาดน้ำยามเย็นเพียง 150 เมตร เป็นบ้านเรือนไม้ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด เหมาะสำหรับแก่การพักผ่อน ทั้งเป็นแบบหมู่คณะ หรือแบบครอบครัว สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำแบบดั้งเดิม การค้าขายทางเรือ การทำกาแฟโบราณ หรือสำหรับท่านที่ชื่นชอบการรับประทานอาหาร ก็สามารถเดินไปเลือกซื้ออาหารพ้นบ้านได้จากตลาดน้ำยามเย็น หรือจะรอเรียกซื้อจากเรือที่ผ่านไป-มา หน้าที่พักก็สามารถทำได้
อัตราค่าที่พัก
-ห้อง บุหงา,ราตรี,ยี่โถ,ชงโค (แอร์-ทีวี) ราคาห้องละ 700 บาท พักได้ 2 ท่าน หากเกินเพิ่มท่านละ 200 บาท
-ห้อง ดาหรา,ลีลาวดี,พุดตาน,(แอร์-ทีวี) ราคาห้องละ 800 บาท พักได้ 2 ท่าน หากเกินเพิ่มท่านละ 200 บาท
-ห้อง กระดังงา (แอร์-ทีวี) ราคาห้องละ 1,000 บาท พักได้ 2 ท่าน หากเกินเพิ่มท่านละ 200 บาท (ผมพักห้องนี้)
หมายเหตุ : ราคานี้รวมค่าอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว
พิเศษ!! วันอาทิตย์-วันพฤหัส ราคาห้องละ 500-600 บาท
กิจกรรม
– ปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมสวนผลไม้
– ล่องเรือชมหิ่งห้อย
– ล่องเรือไหว้พระตามสถานที่ต่างๆ
– ล่องเรือเที่ยวชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก
– เล่นน้ำ, พายเรือ
